พระวินัยปิฏก โดย พระครูกิตติพัฒนานุยุต


1. ในสมัยพุทธกาลการทรงจำพระธรรมวินัยก่อนที่จะมีการจารึกเป็นอักษรนั้นมีวิธีการอย่างไร

a) ใช้การวาดเป็นภาพ
b) เล่าสืบ ๆ กันมา
c) จำสืบ ๆ กันมา
d) ให้สัญลักษณ์โบราณ
2. พระพุทธเจ้าก่อนปรินิพพานทรงตั้งใครเป็นศาสดาแทนพระองค์เพื่อเป็นสรณะของเหล่าพุทธบริษัททั้ง 4

a) พระธรรมวินัย
b) พระโมคัลลานะ
c) พระอานนท์
d) พระสารีบุตร
3. ข้อใดจัดว่าเป็นประโยชน์สูงสุดของพระวินัย ในพระพุทธศาสนา มากที่สุด

a) เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม
b) เพื่อความผาสุขแห่งหมู่สงฆ์
c) เพื่อความเลื่อมใสของผู้คน
d) เพื่อข่มภิกกษุผู้เก้อยาก
4. คำว่า ปริวาร เป็นชื่อคัมภีร์ส่วนภาคผนวกที่ประมวลเนื้อหาสาระของพระวินัยทั้งหมดเข้ามาไว้ด้วยกันในลักษณะเป็นอย่างไร

a) เป็นคำถามและคำตอบ
b) เป็นคู่มือสำหรับซักซ้อม
c) เป็นวิธีระงับอธิกรณ์
d) เป็นปกรณ์ไขความหรือไขประเด็นที่ซับซ้อน
5. พระสังคีติกาจารย์อาศัยหลักอะไรในการตั้งชื่อวรรคของคัมภีร์ภาคที่ 2 ของพระพุธศาสนาเอาไว้

a) ข้อความแห่งสิกขาบทที่ 1 ของแต่ละวรรค
b) ว่าตามลำดับแห่งการบัญญัติสิกขาบท
c) สาเหตุแห่งการบัญญัติสิกขาทบ
d) มีเหตุปรากฏในเรื่องเดียวกันหลายสิกขาบท
6. พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ ที่ใดเวรัญชพราหมณ์ทูลขอเข้าเผ้า

a) ควงแห่งต้นสาละ
b) ควงแห่งต้นนิโครธ
c) ควงแห่งต้นโพธิ์
d) ควงแห่งต้นสะเดา
7. เพราะสาเหตุใดที่จะทำให้พระศาสนาดำรงอยู่นาน

a) มีพระอริยสาวกมาก
b) มีกุลบุตรเข้ามาอุปสมมาก
c) พระศาสดาแสดงนวังคสัตถุศาสน์
d) พระสาวกช่วยประกาศพระศาสนา
8. ท่านคิดว่าพระศาสนาของพระพุทธเจัาพระองค์ใดดำรงอยู่ได้นานมากที่สุด

a) ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี
b) ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี
c) ของพระพุทธเจ้าพระนามว่ากกุสันธะ
d) ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าเวสสภู
9. พระพุทธองค์ทรงบัญญัติพระวินัยขึ้นเพื่ออะไร

a) เพราะมีเรื่องเสียหายเกิดขึ้น
b) เพราะภิกามีความอิจฉาริษยากัน
c) เพราะภิกษุแตกสามัคคีกัน
d) เพราะภิกษุมีกิเลส
10. อาบัติที่ร้ายแรงเรียกว่าอาบัติปาราชิกจัดเป็นอาบัติประเภทใด

a) สจิตตกะ
b) ลหุกาบัติ
c) ครุกาบัติ
d) อจิตตกะ
11. ภิกษุ แดง. สั่งให้ภิกษุ ขาว. ไปฆ่าภิกษุ ดำ. แต่ภิกษุ ขาว. ไม่ฆ่าภิกษุ ดำ. ภิกษุ แดง. ต้องอาบัติอะไร

a) ปาราชิก
b) สังฆาทิเสส
c) ถุลลัจจัย
d) ทุกกฏ
12. วิธีการสอนพระพุทธเจ้าเพื่อไม่ให้ภิกษุฆ่าตัวตายหรือวานให้ผู้อื่นฆ่าตนตายเป็นอย่างไร

a) พระองค์ทรงสอนมรณสติ
b) พระองค์ทรงสอนธาตุกรรมฐาน
c) พระองค์ทรงสอนอินทรียสังวร
d) พระองค์ทรงสอนอานาปานสติ
13. ในสิกขาบทข้อใดในปาราชิกทั้ง 4 พระพุทธองค์ ทรงเปรียบเหมือนตาลที่มียอดอันด้วนแล้ว

a) สิกขาบทที่ 1
b) สิกขาบทที่ 2
c) สิกขาบทที่ 3
d) สิกขาบทที่ 4
14. ในสิกขาบทที่ 1 แห่งสังฆาทิเสส ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a) ภิกษุจงใจ พยายาม น้ำอสุจิเคลื่อน ต้องสังฆาทิเสส
b) ภิกษุจงใจ พยายาม น้ำอสุจิไม่เคลื่อน ต้องถุลลัจจัย
c) ภิกษุจงใจ ไม่พยายาม น้ำอสุจิเคลื่อน ต้องสังฆาทิเสส
d) ภิกษุจงใจ ไม่พยายาม น้ำอสุจิเคลื่อนไม่ต้องอาบัติ
15. พระภิกษุสำคัญว่าบัณเฑาะว์เป็นหญิง ใช้มือจับต้องกายด้วยความกำหนัด พระภิกษุรูปนั้นต้องอาบัติอะไร

a) ทุกกฎ
b) สังฆาทิเสส
c) ปาจิตตีย์
d) ถุลลัจจัย
16. ในจำนวนอาบัติสังฆาทิเสสทั้ง 13 สิกขาบท สิกขาบทใดบ้างเป็นปฐมมาปัตติกะ

a) สิกขาบทที่ 1-5
b) สิกขาบทที่ 1-7
c) สิกขาบทที่ 1-9
d) สิกขาบทที่ 1-10
17. ความหมายของสมนุภาสน์ข้อใดถูกที่สุด

a) คือการสวดประชุมสงฆ์
b) คือการสวดเตือนให้สำนึกผิด
c) คือการสวดประกาศรับกับเข้าหมู่
d) คือการสวดประกาศขับออกจากหมู่
18. พระภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว ต้องการประพฤติเพื่อออกจากอาบัติสังฆาทิเสสเรียกว่าอย่างไร

a) วุฏฐานสมมติ
b) เทศนาวิธี
c) วุฏฐานปนสมมติ
d) วุฏฐานวิธี
19. พระภิกษุประพฤติตน คือ นั่งในที่ลับตากับมาตุคามสองต่อสองสามารถปรับอาบัติใดได้บ้างแก่พระภิกษุรูปนั้น

a) ปาราชิก สังฆาทิเสส ปาจิตตีย์
b) สังฆาทิเสส ถุลลัจจัย ปาจิตตีย์
c) ปาราชิก สังฆาทิเสส ถุลลัจจัย
d) ปาราชิก ถุลลัจจัย ทุกกฎ
e) สังฆาทิเสส ถุลลัจจัย ปาจิตตีย์
20. บุคคลเช่นใดที่สามารถกล่าวหาว่าภิกษุต้องอาบัติในอนิยตกัณฑ์หมายถึงใคร

a) ผู้มีวาจาสัตย์
b) ผู้เข้าใจพระวินัยดี
c) ผู้รู้ธรรมเป็นอย่างดี
d) ผู้บรรลุธรรมอย่างต่ำเป็นโสดาบัญ
21. ในพระธรรมวินัยก่อนเข้าพรรษาภิกษุรับถวายจีวรมาแล้วจะต้องปฏิบัติอย่างไรเพื่อไม่ต้องอาบัติตามสิกขาบทที่ 1 แห่งจีวรวรรค

a) เก็บไว้ในที่เหมาะสม
b) พินทุ
c) วิกัป
d) ใช้ทันทีเพื่อเจริญศรัทธาแก่ผู้ถวาย
22. เภสัชทั้ง 5 ที่พระพุทธองค์ทรงอนุญาต ประกอบด้วยอะไรบ้าง

a) รากไม้ เปลือกไม้ ใบไม้ กิ่งไม้ ดอกไม้
b) เนยใส เนยข้น นำมัน น้ำผึ้ง เมรัย
c) รากไม้ เปลือกไม้ ใบไม้ ดอกไม้ เมรัย
d) เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย
23. ในการจำพรรษาพระภิกษุจำเป็นต้องใช้ผ้าอีก 1 ผืน เรียกว่า ผ้าจำนำพรรษา หมายถึง ผ้าเช่นไร

a) จีวรเร่งด่วนที่เรียกว่าอัจเจกจีวร
b) จีวรสำหรับถวายกฐิน
c) ผ้าอาบน้ำฝน
d) จีวรสำหรับถวายภิกษุเพื่ออยู่พรรษา
24. ข้อใดให้ความหมายของจีวรกาล ได้อย่างถูกต้อง

a) แรม 1 ค่ำ เดือน 8 -ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11
b) แรม 1 ค่ำ เดือน 11- ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12
c) ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 8- ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11
d) ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 11- ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12
25. การที่พระภิกษุจะสวดประกาศคืนจีวรแก่ภิกษุเป็นกรรมชนิดใด

a) อปโลกนกรรม
b) ญัตติกรรมวาจา
c) ญัตติทุติยกรรมวาจา
d) ญัตติกรรมวาจา
26. อนุปสัมบัน หมายถึงบุคคลเช่นไรในพระพุทธศาสนา

a) ผู้ไม่ใช่ภิกษุ
b) ภิกษุผู้ติดตามพระเถระ
c) ภิกษุผู้บวชใหม่
d) ผู้บวชในภายหลัง
27. คำว่า เวลาวิกาลในโภชนนวรรค พระพุทธองค์ทรงกำหนดไว้อย่างไร

a) ตั้งแต่เที่ยงวันไปจนถึงเที่ยงคืน
b) ตั้งแต่อาทิตย์ตกดินไปจนถึงเที่ยงคืน
c) ตั้งแต่เที่ยงวันไปจนถึงรุ่งอรุญ
d) ตั้งแต่อาทิตย์ตกดินไปจนถึงรุ่งอรุญ
28. ในพระธรรมวินัยทรงห้ามภิกษุรู้อยู่ปกปิดอาบัติชั่วหยาบของภิกษุอื่น อาบัติชั่วหยาบ ได้แก่อาบัติอะไร

a) อาบัติทั้งหมด
b) เฉพาะอาบัติปาราชิก
c) เฉพาะอาบัติสังฆาทิเสส
d) อาบัติปาราชิกและสังฆาทิเสส
29. ในพระพุทธศาสนากุลบุตรที่จะบวชเป็นภิกษุต้องมีอายุครบ 20 ปีเสียก่อนนั้น วิธีการนับอายุอย่างไรได้ถูกต้อง

a) ตั้งแต่จิตดวงแรกเกิดในครรภ์มารดาจนถึงวันบวช
b) เกิดปรากฏในครรภ์มารดาแล้ว 2 เดือน จนถึงวันบวช
c) เกิดปรากฏในครรภ์มารดาแล้ว 6 เดือน จนถึงวันบวช
d) ตั้งแต่คลอดจากครรภ์มารดาจึงถึงวันบวช
30. เพราเหตุใดพระองค์ทรงห้ามภิกษุรับของเคี้ยวของฉันจากมือภิกษุณีที่ไม่มีญาติของตน

a) ป้องกันภิกษุณีรับใช้ภิกษุ
b) ดูเหมือนภรรยาบำรุงสามี
c) ภิกษุมีลาภน้อย
d) ป้องกันภิกษุคลุกคลีกับภิกษุณี
31. เพราะเหตุใดพระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้พระภิกษุไล่ภิกษุณีที่มาคอยบงการให้ยกถวายของอย่างนั้นอย่างนี้แก่เหล่าพระภิกษุทั้งหลาย

a) ดูเหมือนภรรยาผู้บำรุงสามีอยู่
b) ป้องกันภิกษุณีรับใช้ภิกษุ
c) ป้องกันภิกษุคลุกคลีกับภิกษุณี
d) ป้องกันภิกษุเบียดเบียนเวลาภิกษุณี
32. ข้อใดกล่าวถึงเสขิยกัณฑ์ได้ถูกต้อง

a) การฉันอาหาร
b) การรับบิณฑบาตร
c) การแสดงธรรม
d) ธรรมเนียมเกี่ยวกับมารยาท
33. การแสดงธรรมแก่บุคคลผู้อยู่ในสถานการณ์ใดที่พระภิกษุสามารถทำได้

a) ผู้บ่วยนอนอยู่บนเตียง
b) ผู้นั่งกางร่มกันแดดอยู่
c) ผู้อยู่ในยานพาหนะ
d) ผู้ฟังนั่งประนมมือขณะที่ตัวเองยืน
34. การระงับอธิกรณ์บางอย่างที่เกิดขึ้น ถ้าเกรงว่าจะก่อให้เกิดความบาดหมางมากขึ้น ควรระงับด้วยวิธีใด

a) ติณวัตถารกะ
b) ปฏิญญาตกรณะ
c) ตัสสปาปิยสิกา
d) สติวินัย
35. ภิกษุ 2 ฝ่ายมีความโต้แย้งกัน เพราะฝ่ายหนึ่งว่าสิ่งนี้เป็นธรรมเป็นวินัย อีกฝ่ายหนึ่งค้านว่า สิ่งนี้ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่วินัย พระวินัยธรจะระงับเรื่องนี้ด้วยวิธีใด

a) อาปัตตาธิกรณ์
b) อนุวาทาธิกรณ์
c) วิวาทาธิกรณ์
d) กิจจาธิกรณ์
36. พระภิกษุ จันทร์. โจทย์พระภิกษุแสง ว่าได้ล่วงละเมิดสิกขาบทอย่างนั้นอย่างนี้ พระวินัยธรจะระงับอธิกรณ์เรื่องนี้ด้วยวิธีใด

a) เยภุยยสิกา
b) อาปัตตาธิกรณ์
c) สติวินัย
d) สัมมุขาวินัย
37. คัมภีร์ภิกขุนีวิภังค์แสดงไว้เฉพาะเรื่องใด

a) สาธารณบัญญัติ
b) เนื้อหาโดยพิสดาร
c) เนื้อหาโดยสังเขป
d) อสาธารณบัญญัติ
38. ข้อใดเป็นความหมายของคำว่า "อสาธารณบัญญัติ"

a) พระบัญญัติทั่วไป
b) พระบัญญัติเฉพาะภิกษุณี
c) พระบัญญัติเฉพาะภิกษุ
d) พระบัญญัติไม่ทั่วไป
39. ข้อใดเป็นความหมายของคำว่า "สาธารณบัญญัติ"

a) พระบัญญัติทั่วไป
b) พระบัญญัติไม่ทั่วไป
c) พระบัญญัติเฉพาะพระภิกษุ
d) พระบัญญัติเฉพาะภิกษุณี
40. ความหมายของ"ปาราชิก" ถ้าเป็นชื่ออาบัติแปลว่าอย่างไร

a) ผู้พ่ายแพ้
b) ทำให้ไม่พ่ายแพ้
c) ทำให้พ่ายแพ้
d) ทำให้ขาดจากความเป็นภิกษุ
41. สาธารณบัญญัติเป็นข้อบัญญัติที่ปรากฏอยู่ในคัมภีร์ในหมวดใด

a) ภิกขุนีวิภังค์
b) มหาวรรค
c) มหาวิภังค์
d) ภิกขุนีวรรค
42. ภิกษุณีได้ล่วงละเมิดสิกขาบทในสาธารณบัญญัติต้องอาบัติข้อใด

a) ปาจิตตีย์
b) ถุลลัจจัย
c) อนิยต
d) นิสสัคคียปาจิตตีย์
43. ในพระวินัยห้ามภิกษุณีแลกเปลี่ยนบริขารที่เขาบริจาคแก่บุคคล จัดอยู่ในวรรคใด

a) มหาวรรค
b) จีรวรรค
c) ชาตรูปรชตวรรค
d) ปัตตวรรค
44. สาธารณบัญญัติ ภิกขุณีวิภังค์มีเนื้อหาปรากฏในคัมภีร์ใด

a) ภิกขุนีวิภังค์
b) ทีฆนิกาย
c) มหาวิภังค์
d) มหานิกาย
45. ในกรณีที่ภิกษุณี แลกเปลี่ยนจีวรแก่ภิกษุณีอีกรูปหนึ่งภายหลังขอแลกคืนต้องอาบัติอะไร

a) ปาจิตตีย์
b) ไม่เป็นอาบัติ
c) อนิยต
d) นิสสัคคียปาจิตตีย์
46. ในพระธรรมวินัยอนุญาตให้ภิกษุณีที่ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์สามารถบวชให้กุลธิดาได้จำนวนกี่ปีต่อกี่คน

a) จำนวน 2 ปี ต่อ 1 คน
b) จำนวน 2 ปี ต่อ 2 คน
c) จำนวน 3 ปี ต่อ 1 คน
d) จำนวน 3 ปี ต่อ 2 คน
47. วิธีวิกัปคือ "อิมํ จีวรํ ตุยฺหํ วิกปฺเปมิ" ที่ภิกษุต้องทำเพราะสาเหตุอะไรเป็นสำคัญ

a) ทำให้เป็นสองเจ้าของ
b) ทำให้เป็นของวัดและของสงฆ์
c) ทำให้เป็นของหนึ่งเจ้าของ
d) ทำให้เป็นของสงฆ์
48. สิกขมานา ตามความแห่งสิกขาบทที่ 3-4 แห่งนิสสัคคียปาจิตตีย์หมายถึงข้อความใด

a) หมายถึงสตรีมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ ได้รับสิกขาบทจากสงฆ์
b) หมายถึงสตรีที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ และสมาทานปฏิบัติธรรม 6 ข้อ
c) หมายถึงสตรีมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ สงฆ์ได้การรับรองและบวชเป็นภิกษุได้
d) หมายถึงสตรีมีอายุ 19 ปีบริบูรณ์ และได้รับสิกขาจากสงฆ์
49. ในครั้งพุทธกาลผู้หญิงแม้จะมีอายุเพืยง 12 ปี ทำไมจึงบวชเป็นภิกษุณีได้

a) ผู้หญิงมีความเป็นผูใหญ่มากกว่าผู้ชาย
b) ผู้หญิงมีความระเอียดรอบครอบมากว่าผู้ชาย
c) พระพุทธเจ้าทรงให้โอกาศผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
d) ผู้หญิงมีครอบครัวมาแล้วถือว่าเป็นผู้ใหญ่
50. คำว่า ภิกษุณีปวัตตินี หมายถึงภิกษุณีตรงกับข้อใด

a) ภิกษุณีที่เป็นอุปัชฌาย์
b) ภิกษุณีไม่มีอาวาส
c) ภิกษุณีที่ล่วงละเมิดสิกขาบท
d) ภิกษุณีที่เป็นประธานในที่ประชุมของภิกษุณีสงฆ์
51. "นิสสัคคีย์" มีความหมายตรงกับข้อใด

a) ทำกุศลให้ตกไป
b) การปล่อยวาง
c) การสละ
d) ทำให้พ้นจากอาบัติปาจิตตีย์
52. การที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติอาบัตินิสสัคคียปาจิตตีย์ไว้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร

a) เพื่ออนุเคราะห์พระวินัย
b) เพื่ออนุเคราะห์ภิกษุณี
c) เพื่ออนุเคราะห์เพื่อนพรหมจารี
d) เพื่ออนุเคราะห์ภิกษุ
53. อสาธารณปาราชิกสิกขาบทที่ 1 ของภิกษุณี ห้ามยินดีการจับต้องของชายที่บริเวณใต้รากขวัญลงมาถึงเหนือเท้าขึ้นไป หากล่วงละเมิดต้องอาบัติปาราชิก รากขวัญคือส่วนใดของร่างกาย

a) ส่วนที่เรียกว่าไหปลาร้า
b) ส่วนล้างของร่างของร่างกาย
c) ส่วนที่เรียกว่าเข่า
d) ส่วนบนของร่างกาย
54. อาบัตินิสสัคคียปาจิตตีย์ของภิกษุณี ในพระวินัยแบ่งเอาไว้เป็นเท่าใด

a) 2 ส่วน
b) 3 ส่วน
c) 4 ส่วน
d) 5 ส่วน
55. ข้อความใดไม่ได้จัดอยู่ใน "อัฏฐวัตถุกา" อย่างถูกต้อง

a) มีความยินดีการจับมือ,การจับมุมสังฆาฏิ,การยืนเคียงคู่
b) มีความยินดีการจับมือ,การจับมุมสังฆาฏิ,ปกปิดความผิด
c) มีความยินดีการจับมือ,การจับมุมสังฆาฏิ,ปกปิดโทษ
d) มีความยินดีการจับมือ,การจับมุมสังฆาฏิ,การจับต้อง
56. ที่พระองค์ทรงบัญญัติสิกขาบทของภิกษุณีมากกว่าสิกขาบทของภิกษุ เป็นเพราะเหตุใด

a) เพื่อลดปริมาณของภิกษุณี
b) เพื่อเพิ่มปริมาณของภิกษุณี
c) เพื่อคัดกรองกุลสตรีที่จะเข้ามาอุปสมบท
d) เพื่อความดำรงมั่นแห่งพระพุทธศาสนาครบ 5,000 ปี
57. อาบัติปาราชิกของภิกษุณีมีทั้งหมดกี่ข้อ

a) มีทั้งหมดมี 4 ข้อ
b) มีทั้งหมดมี 6 ข้อ
c) ทั้งหมดมี 8 ข้อ
d) ทั้งหมดมี 10 ข้อ
58. เนื้อหาของปาราชิกสิกขาบทที่ 1 ของภิกษุและภิกษุณีมีความหมายเหมือนกันในด้านใด

a) ในด้านสิกขาบท
b) ในด้านเนื้อหา
c) ในด้านจำนวน
d) ในด้านพระบัญญัติ
59. เรื่องราวของภิกษุณีในพระพุทธศาสนามีวิวัฒนาการมาพร้อมกับความเป็นมาของพระพุทธศาสนา อยากทราบว่าภิกษุณีนิกายใดได้หมดสิ้นไปแล้ว

a) เถรวาท
b) มหายาน
c) หินยาน
d) ตันตรยาน
60. ในปัตตวรรค จึงห้ามภิกษุณีทำการสะสมบาตร เพราะเหตุอะไร

a) เพื่อให้ละเลิกในการสะสมข้าวของ
b) เพื่อให้ภิกษุณีรู้จักประมาณในการบริโภค
c) เพื่อไม่ให้สะสมอาหาร
d) เพื่อให้ภิกษุณีรูปอื่นมีบาตรใช้
61. คัมภีร์ใดที่ไม่ได้มาในพระปาฏิโมกข์

a) คัมภีร์มหาวรรค
b) คัมภีร์ปริวาร
c) คัมภีร์จุลวาร
d) คัมภีร์อภิธรรม
62. พฤติกรรมใดของภิกษุที่สามารถปรับอาบัติทุกกฎได้

a) พระอุปัชฌาย์เป็นผู้บวชให้โจร
b) ภิกษุฉันเนื้อมนุษย์
c) ภิกษุตัดหญ้าที่ลานวัด
d) ภิกษุพูดโกหกหลอกลวง
63. ภิกษุที่ใช้หนังเสืออันเป็นสัญลักษณ์ของพวกเดียรถีย์แล้วนำมาใช้สอยเอง ต้องอาบัติตรงกับข้อใด

a) สังฆาทิเสส
b) ปาจิตตีย์
c) ปาติเทสนียะ
d) ทุกกฎ
64. พระพุทธเจ้าไม่ทรงแสดงธรรมในข้อใดโปรดภัททวัคคิยกุมารและพวก

a) อนุปุพพิกถา
b) สามุกกังสิกธรรม
c) อริสัจ 4
d) อาทิตตปริยานสูตร
65. การอุปสมบทของพระปัญจวัคคีย์ อุปสมบทด้วยวิธิใด

a) เอหิภิกขุอุปสัมปทา
b) ติสรณคมณอุปสัมปทา
c) ญัตติจตุตถกรรมวาจา
d) จตุตถกรรมวาจา
66. ในพระปัญจวัคคีย์ ทั้ง 5 ใครเป็นผู้ได้ดวงตาเห็นธรรมเป็นคนแรก

a) พระวัปปะ
b) พระภัททิยะ
c) มหานามะ
d) โกณฑัญญะ
67. พระผู้มีพระภาคตรัสรู้แล้วทรงดำริที่จะไม่แสดงธรรมโปรดสัตว์โลก เพราะสาเหตุใด

a) ธรรมนั้นลึกซึ้งยากที่มนุษย์ปุถุชนจะเข้าใจ
b) พระองค์ปรารถนาเป็นเพียงแค่ปัจเจกพุทะเจ้า
c) มนุษย์ปุถุชนไม่มีความเพียรที่จะบรรลุธรรมได้
d) มนุษย์ปุถุชนนั้นมีกิเลสมากไม่ปรารถนาที่จะฟังธรรมจากพระองค์
68. ในการแสดงธรรมครั้งแรกของพระพุทธองค์ เพราะสาเหตุใดที่พระองค์ทรงปรารถที่จะแสดงธรรม แก่อาฬารดาบทและอุทกดาบท เป็นอันดับแรก

a) เพราะท่านเป็นผู้มีปัญญามากเหมือนดอกบัวที่อยู่เสมอน้ำ มีกิเลสน้อย
b) เพราะท่านเป็นบุคคลผู้เคยฝึกกรรมฐานมาก่อนมีความพร้อมที่จะตรัสรู้
c) เพราะท่านเป็นผู้เคยสอนกรรมฐานและเคยเป็นอาจารย์ในสมัยที่ทรงแสวงหาโมกขธรรม
d) เพราะเป็นบุคคลที่เป็นที่เคารพของคนทั้งหลายและมีลูกศิษย์เป็นจำนวนมาก
69. เหตุใดพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงรับปากที่จะแสดงธรรมโปรดเหล่าเวไนยสัตว์ต่อท้าวสหัมบดีพรหม

a) เปรียบอุปนิสัยของเหล่าสัตว์ไว้ดังบัว 4 เหล่า
b) ทรงมีพระกรุณาให้หมู่สัตว์ที่ประสงค์จะพ้นจากทุกข์
c) เพราะได้กำลังใจจากตปุสสะและภัลลิกะที่แสดงตนเป็นอุบาสก
d) ข้อ ก. และข้อ ข. ถูก
70. ระเบียบที่สำคัญเกี่ยวกับมารยาทขนบธรรมเนียมประเพณี ตรงกับข้อใด

a) อัตถจริยา
b) ธรรมปฏิปทา
c) อภิสมาจารกาสิกขา
d) เวสารัชกายกา
71. ข้อความใดเรียงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดในช่วงปฐมโพธิกาลได้ถูกต้อง

a) ตรัสรู้-อนุญาตบรรพชาอุปสมบท-แสดงธรรมโปรดสัตว์-อนุญาตให้อยู่จำพรรษา
b) ตรัสรู้-แสดงธรรมโปรดสัตว์-อนุญาตบรรพชาอุปสมบท-อนุญาตให้จำพรรษา
c) ตรัสรู้-อนุญาตบรรพชาอุปสมบท-อนุญาตอยู่จำพรรษา-แสดงธรรมโปรทสัตว์
d) ตรัสรู้-อนุญาตบรรพชาอุปสมบท-แสดงธรรมโปรดสัตว์-อนุญาตอยู่จำพรรษา
72. ขั้นตอนการทำสังฆอุโบสถต้องมีภิกษุตั้งแต่กี่รูปขึ้นไป ถึงจะทำได้

a) 4 รูป
b) 5 รูป
c) 8 รูป
d) 10 รูป
73. ข้อความใดไม่จัดเข้าในอันตรายที่เป็นเหตุแห่งการแสดงพระปาติโมกข์โดยย่อ

a) พระราชาเสด็จมา,โจรมาปล้น,น้ำหลากมา
b) สามเณรเข้ามาขณะสวด,สุนัขเข้ามาขณะสวด
c) สัตว์ร้ายเข้ามา,งูเลื้อยเข้ามา,ภิกษุจะถึงแก่ชีวิต
d) ไฟไหม้,คนมามาก,ผีเข้าภิกษุ
74. ปัจฉิมิกาวัสสูปนายิกาตรงกับข้อใด

a) พรรษาต้น คือแรม 1 ค่ำ เดือน 8
b) พรรษาต้น คือแรม 1 ค่ำ เดือน 9
c) พรรษาหลัง คือแรม 1 ค่ำ เดือน 8
d) พรราาหลัง คือแรม 1 ค่ำ เดือน 9
75. ภิกษุเข้าจำพรรษาในอาวาสแห่งหนึ่งแล้วหลีกไปจำพรรษาที่อื่นในระหว่างจำพรรษา ต้องอาบัติตรงกับข้อใด

a) อนิยต
b) ปาจิตตีย์
c) ทุกกฎ
d) นิสสัคคียปาจิตตีย์
76. พระพุทธเจ้าไม่ทรงอนุญาตให้ภิกษุจำพรรษา ณ ที่ใด

a) โพรงไม้ คาคบไม้ ที่แจ้ง
b) กระท่อมผี ร่ม ตุ่ม
c) กลด เรือ หมู่กองเกวียน
d) ที่ไม่มีเสนาสนะ ที่แจ้ง ร่ม
77. เมื่อภิกษุผู้อยู่จำพรรษาครบแล้ว ให้ปวารณาต่อกันด้วยฐานะ 3 อย่าง ตรงกับข้อใด

a) ด้วยได้เห็น ได้ยิน ได้เชื่อ
b) ด้วยได้ฟัง ได้เห็น นึกสงสัย
c) ด้วยได้เห็น ได้ยิน นึกสงสัย
d) ด้วยไม่ได้เห็น ไม่ได้ยิน นึกสงสัย
78. ในการปวารณา ภิกษุมีรูปเดี่ยว ไม่มีภิกษุอื่นมาอีก จะพึงปวารณาแบบไหน

a) ปวารณาเป็นการบุคคล
b) ปวารณาเป็นการคณะ
c) ปวารณาเป็นการสงฆ์
d) ปวารณาเป็นการเฉพาะตัว
79. ภิกษุจำพรรษาที่รถเคลื่อนที่ต้องอาบัติใด

a) ไม่ต้องอาบัติ
b) ทุกกฎ
c) อนิยต
d) ปาจิตตีย์
80. ข้อใดกล่าวถึงการแก้ไขสภาคาบัติได้ถูกต้องที่สุด

a) ภิกษุไปแสดงเทศนาบัติแล้วกลับมาแสดงอาบัติที่วัดของตน
b) นิมนต์ภิกษุจากวัดอื่นมาแสดงอาบัติที่วัดของตน
c) ภิกษุต้องอาบัติเดียวกันต้องอาบัติด้วยกัน
d) ภิกษุแสดงอาบัติกับอนุปสัมบันก็ได้
81. การใช้รองเท้าพระผู้มีพระภาคเจ้าทางวางระเบียบไว้อย่างไร สำหรับภิกษุอาพาธเจ็บเท้า เท้าแตกหรือเป็นหน่อที่เท้า

a) อนุญาตให้สวมรองเท้าในอารามได้
b) ห้ามสวมรองเท้าในอาราม
c) อนุญาตให้สวมรองเท้าสีเขียวล้วนได้
d) อนุญาตให้ใช้เขียงเท้าได้
82. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องในเภสัช 5

a) เนยใส
b) น้ำมัน
c) น้ำอ้อย
d) น้ำอัฏฐบาน
83. เรื่องเกี่ยวกับยาพระพุทธเจ้าทรงมีพุทธานุญาตไว้ว่าภิกษุรับประเคนยาไว้ฉันได้ตลอดชีพเมื่อมีเหตุจำเป็น ไม่มีเหตุ จำเป็นแล้วฉัน เป็นอาบัติหรือไม่

a) ไม่เป็นอาบัติ
b) อาบัติทุกกฏ
c) อาบัติปาจิตตีย์
d) อาบัติทุกกฏ
84. น้ำอัฏฐบาน หมายถึงน้ำชนิดใด

a) น้ำมหมักดองมีรสคล้ายสุรา
b) น้ำหมักที่ฝ่านการกลั่น
c) น้ำหมักดองที่ใช้บำบัดอาการปาวยไข้
d) น้ำผลไม้ที่คัดเมล็ดออก
85. เขตกฐินหมายถึงช่วงเวลาใด

a) แรม 8 ค่ำ เดือน 11 ถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11
b) แรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึงขึ้น 15 เดือน 12
c) แรม 1 ค่ำเดือน 12 ถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 1
d) แรม 1 ค่ำ เดือน 1 ถึงขึ้น 15 ค่ำเดือน 2
86. ลำดับพิธีการสุดท้ายของการกรานกฐิน ตรงกับข้อใด

a) กะผ้า ซักผ้า เนาหรือด้นผ้า
b) ตัดผ้า เย็บผ้า เย็บเป็นจีวร
c) ทะกัปปะคือพินทุผ้า แล้วอธิฐานผ้า
d) สงฆ์กล่าวคำอนุโมทนา
87. สาเหตุที่สำคัญทำให้กฐินเดาะตรงกับข้อใด

a) ภิกษุ 5 รูปพร้อมใจกันเลิกกฐิน
b) ภิกษุ 4 รูปพร้อมใจเลิกกฐิน
c) ภิกษุ 3 รูปพร้อมใจกันเลิกกฐิน
d) ภิกษุ 2 รูปพร้อมใจกันเลิกกฐิน
88. การคัดเลือกหญิงโสเภณีในสมัยพุทธกาล ต้องมีคุณลักษณะใดบ้าง

a) รูปงาม ขับร้อง ประโคมดนตรี
b) ปรนนิบัติเก่ง ออดอ้อนฉอเลาะ
c) เอาใจเก่ง มีผีมือในการทำอาหาร
d) มีมนุษย์สัมพันธ์ดี
89. การดื่มข้าวยาคูมีคุณประโยชน์ตรงกับข้อใด

a) หลับเป็นสุข ดื่นเป็นสุข ไม่ทุกข์ร้อน
b) หน้าผ่องใส จิตใจเบิกบาน
c) เดินทางได้ไกล ไม่มีกังวล สมาธิดี
d) ย่อยง่าย ถ่ายเบา กระบี้กระเปร่า
90. ผ้าที่ต้องอธิฐานต้องมีขนาดอย่างน้อยเท่าไร

a) ยาว 7 นิ้วกว้าง 4 นิ้ว
b) ยาว 8 นิ้วหว้าง 4 นิ้ว
c) ยาว 9 นิ้วกว้าง 5 นิ้ว
d) ยาว 10 นิ้วกว้าง 6 น้ว
91. กรรมที่ไม่ชอบธรรมเป็นการทำกรรมในลักษณะใด

a) ภิกษุ 2 รูปลงนิคคหกรรมภิกษุ 2 รูป
b) ภิกษุ 2 รูปลงนิคคหกรรมภิกษุ 3 รูป
c) ภิกษุก 1 รูปลงนิคคหกรรมภิกษุ 1 รูป
d) กรรมที่แบ่งพวกโดยไม่ชอบธรรม
92. การที่ภิกษุที่ด่าบริภาษคฤหัสถ์ต้องลงโทษด้วยวิธีใด

a) ดัชชนียกรรม
b) ปฏิสารณียกรรม
c) บัพพาชนียกรรม
d) นิสยกรรม
93. สมานสังวาสกภูมิ มีความหมายตรงกับข้อใด

a) ภิกษุทำพิธีสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาร่วมกัน
b) ภิกษุฉันภัตตาหารเช้าเพลร่วมกัน
c) ภิกษุทำพิธีเถราภิเษกร่วมกัน
d) ภิกษุทำอุโบสถสังฆกรรมร่วมกัน
94. คัมภีร์จุลวรรคว่าด้วยเรื่องขุททกวัตถุขันธกะได้กล่าวถึงเรื่องใดเป็นสำคัญ

a) เรื่องเตียงตั่งผ้าปูที่นั่งที่นอนเครื่องใช้สอย
b) เรื่องข้อปฏิบัติในการอาบน้ำและการดูมหรสพ
c) เรื่องเกี่ยวข้องกับพระเทวทัตอาเจียนเป็นโลหิต
d) เรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติต่ออุปัชฌายะ
95. ภิกษุกำหนดอยู่ปริวาสกรรมเพื่อต้องการออกจากอาบัติใด

a) อาบัติปาราชิก
b) อาบัติสังฆาทิเสส
c) อาบัติปาจิตตีย์
d) อาบัติทุกกฏ
96. วุฏฐานวิธี มีความหมายตรงกับข้อใด

a) หมายถึงวิธีระงับอธิกรณ์
b) หมายถึงขั้นตอนการปฏิบัติออกจากอาบัติสังฆาทิเสส
c) หมายถึงระเบียบการอยู่ปริวาส
d) หมายถึงบทลงโทษ
97. การออกจากอาบัติสังฆาทิเสสตรงกับขันธกะในข้อใด

a) กัมมขันธกะ
b) สมถขันธกะ
c) สมุจจยขันธกะ
d) ปาริวาสิกขันธกะ
98. ภิกษุที่กล่าวติเตียนพระรัตนตรัยต้องถูกลงโทษด้วยนิคคหกรรมในข้อใด

a) ปัพพาชนียกรรม
b) นิยสกรรม
c) ตัชชนียกรรม
d) ปฏิสารณียกรรม
99. ภิกษุมีความประพฤติไม่สมควรทางกายวาจาและการเลี้ยงชีพในทางที่ผิดต้องถูงลงโทษด้วยนิคคหกรรมข้อใด

a) นิยกรรม
b) ปัพพาชนียกรรม
c) ปฏิสารณียกรรม
d) อุกเขปนียกรรม
100. ภิกษุรุปใดที่ถูกลงโทษกรณีด่าบริภาษคฤหัสถ์และได้กล่าวตำหนิพระรัตนตรัยให้คฤหัสถ์ฟัง

a) พระสุธรรม
b) พระปุนัพพสุกะ
c) พระเสยยสกะ
d) พระฉันนะ
101. ภิกษุถูกลงโทษด้วยการยกออกจากหมู่แล้ว ต้องใช้นิคคหกรรมตรงกับข้อใด

a) ตัชชนียกรรม
b) อุกเขปนียกรรม
c) ปฏิสารณียกรรม
d) นิยสกรรม
102. ข้อใดไม่อยู่ในวัตร 18 ข้อของภิกษุผู้ถูกตัดสิทธิ

a) ไม่พึงไต่สวนภิกษุอื่น
b) ไม่พึงให้อุปสมบท
c) ไม่พึงให้นิสัย
d) ไม่พึงรับบิณฑบาตร
103. ข้อใดไม่กล่าวถึงตอนการลงนิคคหกรรมของภิกษุผู้ทำความผิด

a) เรียกประชุมสงฆ์
b) โจทย์ภิกษุผู้ทำความผิด
c) ปรับอาบัติแก่ผู้ทำความผิด
d) ให้สงฆ์ผู้เป็นประธานตัดสินใจ
104. คำว่า ญัญติ มีความหมายตรงกับข้อใด

a) เรื่องที่ประกาศให้ทราบ
b) เรื่องที่ชี้แจงให้ทราบ
c) เรื่องที่สงฆ์จะต้องสวด
d) เรื่องแจ้งให้ทราบ
105. กล่าวถึงบุคคลนอกศาสนามีความปรารถนาจะอุปสมบทในพระพุทธศาสนาต้องอยู่ปริวาสกี่เดือน ถึงจะอุปสมบทได้

a) 4 เดือน
b) 5 เดือน
c) 6 เดือน
d) 7 เดือน
106. ภิกษุปกปิดอาบัติสังฆาทิเสส 1 ตัวต้องอยู่ ปริวาสกี่วัน

a) 1 วัน
b) 3 วัน
c) 5 วัน
d) 7 วัน
107. ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายครั้งจนจำวันไม่ได้ต้องการออกจากอาบัติจะต้องพิจารณาในข้อใด

a) อปัปฏิจฉันนปริวาส
b) ปฏิฉันนปริวาส
c) สุทธันตปริวาส
d) อัคฆสโมธานปริวาส
108. ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสสปรารถนาจะออกจากอาบัติ ที่พอจะจำวันที่ปกปิดไว้ได้บ้างจะต้องอาศัยปริวาสใด

a) สุทธันตปริวาส
b) มหาสุทธันตปริวาส
c) จูฬสุทธันตปริวาส
d) มิสสกสโมธานปริวาส
109. ข้อใดไม่ได้จัดอยู่ในเสนาสนะ 5 ชนิด

a) เรือนยอด
b) เพิง
c) ปราสาท
d) วิหาร
110. ในโกสัมพิกขันธกะ ได้แบ่งภิกษุชาวโกสัมพี ไว้เป็นเท่าใด

a) 2 ฝ่าย
b) 3 ฝ่าย
c) 4 ฝ่าย
d) 5 ฝ่าย
111. ข้อใดไม่จัดอยู่ใน อาวาสิกวัตร

a) การปูอาสนะต้อนรับ
b) การตั้งน้ำล้างเท้า
c) การลุกรับบาตรและจีวร
d) การถอดรองเท้า
112. ข้อใดไม่จัดอยู่ในธรรม 6 ประการของสิกขมานา

a) การฆ่าสัตว์
b) การลักทรัพย์
c) การฉันข้าวเย็น
d) การร้องเพลง
113. คัมภีร์จุลวรรค ภาค 2 เป็นพระวินัย เล่ม 7 ได้แบ่งเนี้อหาออกเป็นเท่าไร

a) 5 ขันธกะ
b) 6 ขันธกะ
c) 7 ขันธกะ
d) 8 ขันธกะ
114. ปวัตตินี ความหมายตรงกับข้อใด

a) อุปัชฌาย์
b) ผู้เข้าบวชเป็นภิกษุณี
c) สิกขมานา
d) อาจารย์
115. ในพระธรรมวินัยบัญญัติไว้ว่า วันอุโบสถพระภิกษุที่ไม่ลงฟังปาฏิโมกข์ต้องอาบัติหรือไม่

a) ไม่ต้องอาบัติ
b) ต้องอาบัติปาจิตตีย์
c) ต้องอาบัติทุกกฏ
d) ต้องอาบัติถุลลัจจัย
116. ภิกษุผู้สวดปาฏิโมกข์ในหมุ่ภิษุผู้มีอาบัติติดตัวต้องอาบัติอะไร

a) ไม่ต้องอาบัติ
b) อาบัติทุกกฏ
c) อาบัติปาจิตตีย์
d) อาบัติถุลลัจจัย
117. การลงนิคคหกรรมแก่ภิกษุผู้กระทำความผิด มีทั้งหมดกี่ ขั้นตอน

a) 4 ขั้นตอน
b) 5 ขั้นตอน
c) 6 ขั้นตอน
d) 7 ขั้นตอน
118. อาบัติของภิกษุผู้เสพเมถุนธรรม จัดเป็นอธิกรณ์อะไร

a) อาปัตตาธิกรณ์
b) วิวาทาธิกรณ์
c) อนุวาทาธิกรณ์
d) กิจจาธิกรณ์
119. อธิกรณ์ ที่สงฆ์จะต้องทำให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้มีกี่ประเภท

a) 3 ประเภท
b) 4 ประเภท
c) 5 ประเภท
d) 6 ประเภท
120. วิธีระงับอธิกรณ์ พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตวิธีระงับอธิกรณ์ไว้เป็นกี่ประเภท

a) 5 ประเภท
b) 6 ประเภท
c) 7 ประเภท
d) 8 ประเภท
This is the feedback!
Back to Top