<<This message will be removed when you register >>


พระอธิการสองเมือง อธิมุตฺโต


1. 1.วรรณคดีบาลีได้จารึกเป็นลายลักษณ์อักษรบนใบลานเป็นครั้งแรกที่ประเทศอะไร

a) ก.ศรีลังกา
b) ข.อินเดีย
c) ค.เนปาล
d) ง.กัมพูชา
2. 2.วรรณคดีบาลีที่เป็นพระไตรปิฎกได้แก่อะไรบ้าง

a) ก.คัมภีร์รพไตรปิฎก คัมภีร์บาลี
b) ข.อนุฏีกา โยชนา
c) ค.ปกรณ์วิเสส ฎีกา
d) ง.คัมภีร์พระไตรปิฎก
3. 3.วรรณคดีมีกี่รส

a) ก.9 รส
b) ข.5 รส
c) ค.7 รส
d) ง.8 รส
4. 4.วรรณคดีบาลีจำแนก กวี เป็นกี่ประเภท

a) ก.3 ประเภท
b) ข.4 ประเภท
c) ค.5 ประเภท
d) ง.6 ประเภท
5. 5.วรรณคดีที่อ่านแล้วทำให้เกิดความสงสารแสดงถึงรสใด

a) ก.สิงคารรส
b) ข.ภยานกรส
c) ค.หัสสรส
d) ง.สันตรส
6. 6.ถ้าพิจารณาจากประเภทของนักปราชญ์และประเภทของกวีบาลีแบ่งทัศนะในวรรณคดีบาลีเป็นกี่ประเภท

a) ก.1 ประเภท
b) ข.2 ประเภท
c) ค.3 ประเภท
d)
ง.4 ประเภท
7. 7.อ. กุสุมา รักษมณี นักวรรณคดีสันสกฤตถือว่า วรรณคดีคืออะไร

a) ก. วรรณคดีคือคาถาภาษาบาลี
b) ข. วรรณดคีคือถ้อยคำที่มีรสเป็นวิญญาณ
c) ค.วรรณคดีคือวรรณกรรมบาลีเกี่ยวกับบทประพันธ์
d) ง.วรรณคดีคือศิลาจารึก
8. 8.วรรณคดี หมายถึง หนังสือที่เกิดจากความรู้สึกนึกคิดแก่มนุษย์ทั่วไปเป็นความหมายของใคร

a) ก.ตามหลักวิชาการฝ่ายอินเดีย
b) ข.ตามหลักวิชาการฝ่ายบาลี
c) ค.ตามหลักวิชาการฝ่ายสันสกฤต
d) ง.ตามหลักวิชาการฝ่ายคัมภีร์
9. 9.ใครเป็นผู้แต่งหนังสือชื่อว่า แบบเรียนวรรณคดีบาลีประเภทคัมภีร์บาลีไวยากรณ์

a) ก.พระพรหมโมลี
b) ข.อ.เสริมศักดิ์ สุภเมธี
c) ค.พระหรหมคุณากรณ์
d) ง.พระเทพเมธาจารย์
10. 10.วรรณคดีบาลีมีกี่ประเภท

a) ก.1 ประเภท
b) ข.2 ประเภท
c) ค.3 ประเภท
d) ง.4 ประเภท
11. 1.พระไตรปิฎกแบ่งเป็นกี่ประเภท

a) ก.1 ประเภท
b) ข.2 ประเภท
c) ค.3 ประเภท
d) ง.4 ประเภท
12. 2. คัมภีร์สมันตปาทาทิกา ได้สรุปสาระสำคัญของพระพุทธศาสนาเป็นกี่นัย

a) ก.5 นัย
b) ข.6 นัย
c) ค.7 นัย
d) ง.8 นัย
13. 3.พระวินัยปิฎกเป็น ยถาปราธสาธนะ หมายถึงข้อใด

a) ก.การสอนตามความผิด
b) ข.การสอนตามความคิด
c) ค.การสอนตามเนื้อหาแท้ ๆ ของธรรม
d) ง.การแสดงธรรมจำเพาะเจาะจง
14. 4.การทำสังคายนาครั้งที่ 2 มีการกสงฆ์กี่รูป

a) ก.300 รูป
b) ข.400 รุป
c) ค.700 รูป
d) ง.800 รูป
15. 5.การทำสังคายนาครั้งที่ 2 ใช้สถานที่ใด

a) ก.ถูปาราม เมืองอนุราธบุรี
b) ข.อโศการาม เมืองปาฎลีบุตร
c) ค.วาลิการาม เมืองไพศาลี
d) ง.ถ้ำสัตตบรรณคูหา กรุงราชคฤห์
16. 6.พระอภิธรรมปิฎก เป็นยถัมมสาธนะ หมายถึงข้อใด

a) ก.การสอนตามความผิด
b) ข.การสอนตามความคิด
c) ค.การสอนตามเนื้อแท้ ๆ ของธรรม
d) ง.การแสดงธรรมจำเพาะเจาะจง
17. 7.การสังคายนาครั้งที่ 1 มีใครเป็นผู้อุปถัมภ์

a) ก.พระเจ้าอโศก
b) ข
ข.พระเจ้าอชาตศรัตรู
c) ค.พระมหากัสสปเถระ
d) ง.พระเจ้ากาฬอโศก
18. 8.การสังคายนาครั้งที่ 3 ใช้เวลาเท่าใด

a) ก.7 เดือน
b) ข.8 เดือน
c) ค.9 เดือน
d) ง.10 เดือน
19. 9.พระโมคคัลลีบุตรติสสเถระ ส่งพระธรรมทูตไปเผยแผ่ศาสนากี่สาย

a) ก.9 สาย
b) ข.10 สาย
c) ค.11 สาย
d) ง.12 สาย
20. 10. การสังคายนาครั้งใดที่มีการจารึกพระไตรปิฎกลงบนใบลานเป็นครั้งแรก

a) ก.ครั้งที่ 4
b) ข.ครั้งที่ 5
c) ค.ครั้งที่ 6
d) ง.ครั้งที่ 7
21. 1.อรรถกถา หมายถึงอะไร

a) ก.คัมภีร์อธิบายความในพระวินัยปิฎก
b) ข.คัมภีร์อธิบายความในพระสุตันตปิฎก
c) ค.คัมภีร์อธิบายความในพระธรรมปิฎก
d) ง.คัมภีร์อธิบายความในพระไตรปิฎก
22. 2.อรรถกาที่พระพุทธเจ้าทรงอธิบายด้วยพระองค์เองคือข้อใด

a) ก.พุทธสังวัณณิตอรรถกถา
b) ข.อนุพุทธสังวัณณิตอรรถกถา
c) ค.มคธอรรถกา
d) ง.อันธอรรถกถา
23. 3.อรรถกถาแบ่งตามนัยของการอธิบายความได้กี่ประเภท

a) ก. 1 ประเภท
b) ข. 2 ประเภท
c) ค. 3 ประเภท
d) ง. 4 ประเภท
24. 4.สมันตปาสาทิกาเป็นผลงานของใคร

a) ก.พระธรรมปาลเถระ
b) ข.พระพุทธโฆษาจารย์
c) ค.พระพุทธัตตะ
d) ง.พระธรรมนิเทศ
25. 5.อรรถกถาเรื่องใดกล่าวถึงการจำพรรษาของพระพุทธเจ้า

a) ก.มโนถปูรณี
b) ข.ปรมัตถโชติกา
c) ค.สารัตถปกาสินี
d) ง.ปปัญจสูทนี
26. 6.อรรถกถาชาดกมีทั้งหมดกี่เรื่อง

a) ก.399 เรื่อง
b) ข.745 เรื่อง
c) ค.547 เรื่อง
d) ง.457 เรื่อง
27. 7.อรรถกถาข้อใดที่เป็นคัมภีร์ที่แต่งบนแพ

a) ก.อันธกอรรถกถา
b) ข.กุรุนีอรรถกถา
c) ค.มูลอรรถกถา
d) ง.มหาปัจจรีย์อรรถกถา
28. 8.ข้อใดไม่ใช่อรรถกถาพระสุตันตปิฎก

a) ก.สุมังควิลาสินี
b) ข.ปปัญจสูทนี
c) ค.อัฎฐสาลินี
d) ง.ปรมัตโชติกา
29. 9.ข้อใดคืออรรถกถาพระวินัยปิฎก

a) ก.สมันตปาสาทิกา
b) ข.วิสุทธธนวิลาสินี
c) ค.สัทธัมปกาสินี
d) ง.อัฎฐสาลินี
30. 10.ข้อใดไม่ใช่อรรถกถาที่ต้นฉบับหายไปแล้ว

a) ก.มูลอรรถกถา
b) ข.มหาปัจจรีย์อรรถกถา
c) ค.อันธกอรรถกถา
d) ง.ปรมัตถรรถกถา
31. 1.พระพุทธศาสนาเถรวาท ได้ตั้งมั่นเป็นครั้งแรกในสมัยสุโขทัยบ้างว่า ในสมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ บ้างว่าสมัยพ่อขุนรามคำแหง พระพุทธศาสนาที่รับมาในครั้งนั้นได้แบบอย่างมากจากใคร

a) ก.อินเดีย
b) ข.เปอร์เซีย
c) ค.เนปาล
d) ง.ลังกา
32. 2.ในวรรณคดีบาลี ฎีกา หมายถึงหนังสืออะไร

a) ก.อธิบายอรรถกถา
b) ข.อธิบายคาถา
c) ค.ประวัติศาสตร์
d) ง.ภูมิศาสตร์
33. 3.ความหมายของ อนุฎีกา คืออะไร

a) ก.ฎีกาใหม่ที่แต่งเพิ่มเติมทีหลัง
b) ข.ฎีกาที่แต่งเพิ่มเติมเพิ่งเสร็จ
c) ค.ฏีกาที่เก่าแก่
d) ง.ฎีกาที่กำลังแต่ง
34. 4.อนุฎีกา เป็นคัมภีร์ที่พระอนุฎีกาจารย์แต่งขึ้นเพื่ออะไร

a) ก.เพื่อประกาศความเป็นใหญ่
b) ข.เพื่ออรรถาอธิบายคัมภีร์ฎีกาให้เข้าใจมากขึ้น
c) ค.เพื่ออธิบายถึงความลี้ลับ
d) ง.เพื่อความจรรโลงใจ
35. 5.วชิรพุทธิ หรือวชิรพุทธิฏีกา ฎีกาวินัยเป็นฎีกาวินัย เป็นฎีกาอธิบายศัพท์และประโยคในสมันตปาสาทิกะ ใครเป็นผู้แต่ง

a) ก.พระสารีบุตร
b) ข.พระมหากัสสปะ
c) ค.พระพุทธกัสสปะ
d) ง.พระวชิรพุทธิ
36. 6.วันยัตถมัญชูสา ฎีกาปาติโมกข์ ใครเป้นผู้แต่ง

a) ก.พระพุทธจุฬาภาติกเถระ
b) ข.พระบาลีเนตติ
c) ค.พระปัญญาสามิเถระ
d) ง.พระพุทธนาคะ
37. 7.คำและความในอรรถกถา ฎีกาเล่มแรกคืออะไร

a) ก.ธาตุุกถามูลฎีกาโยชนา
b) ข.สีนัตถปกาสินี
c) ค.อภิธัมมาวตารฎีกา
d) ง.ภิธัมมอัฎฐกถาลีนัตถวัณณนา
38. 8.กำเนิดและพัฒนาการของฎีกา อนุฎีกาและโยชนามีกี่สมัย

a) ก. ๓ สมัย
b) ข. ๔ สมัย
c) ค. ๕ สมัย
d) ง. ๖ สมัย
39. 9.ในวรรณคดีของศาสนาเชนมีงานประเภทใดอธิบายความหมายของคำกี่ประเภท

a) ก.๒ ประเภท อรรถยาโยชนา
b) ข.๓ ประเภท ปปัญจสูทนี สารัตถปกาสินี มโนรสปูรณี
c) ค.๔ ประเภท นฺชชตฺติ ภาส จุณฺณิ ฎีกา
d) ง.๕ ประเภท อปะร เกจิ เกจิติ อภยคริวาสี สารสมาสจริยา
40. 10.คัมภีร์ที่อธิบายความหมายของศัพท์และความสัมพันธ์ในประโยคของภาษา คือ คัมภีร์อะไร

a) ก.โยชนา
b) ข.ฎีกา
c) ค.อนุฎีกา
d) ง.สังคหโยชนา
41. 1.ใครเป็นผู้แต่ง มลินทปัญหา

a) ก.พระพุทธโฆษาจารย์
b) ข.พระอุปติสสเถระ
c) ค.พระมหากัจจายนะ
d) ง.พระจุฬาภยมหาเถระ
42. 2.คำว่า สดุดี เป็นคำสันสกฤต แปลว่าอะไร

a) ก.นินทา
b) ข.ดีใจ
c) ค.เสียใจ
d) ง.สรรเสริญ ยกย่อง
43. 3.สังขยาปกาสกฎีกา เป็นผลงานอันดับที่เท่าไร ในบรรดาผลงานทั้งหมด ๔ เรื่อง

a) ก.อันดับที่ ๑
b) ข.อันดับที่ ๒
c) ค.อันดับที่ ๓
d) ง.อันดับที่ ๔
44. 4.ปกรณ์วิเสสเป็นคัมภีร์ที่เกิดขึ้นในยุคใด

a) ก.ก่อนพระไตรปิฎก
b) ข.หลังพระไตรปิฎก
c) ค.ยุคปัจจุบัน
d) ง.ยุคพระเจ้าอชาตศรัตรู
45. 5.พระธรรมวินัยสดุดี เป็นคัมภีร์ที่เกิดและพัฒนาการมาจากอะไร

a) ก.สรรเสริญ และยกย่อง
b) ข.ศีลธรรมและจริยธรรม
c) ค.ความดี และความชั่ว
d) ง.ความเห็นแก่ตัว
46. 6.สังขยาปกรณื หรือสังขยาปกาสกฎีกา หมายถึงอะไร

a) ก.ฎีกาที่ว่าด้วยการคำนวนนับ
b) ข.โลกและการกำเนิดโลก
c) ค.การกำเนิดของมนุษย์
d) ง.การอธิบายพุทธธรรม
47. 7.พระพุทธพจน์หรือหลักคำสอนที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้มี ๒ ส่วนคืออะไร

a) ก.ลายลักษณ์อักษร ภาษาท้องถิ่น
b) ข.สัจธรรมและจริยธรรม
c) ค.อดีตและปัจจุบัน
d) ง.ยุคธรรมวินัย ยุคพระไตรปิฎก
48. 8.ปกรณ์วิเสส หมายถึงคัมภีร์อะไร

a) ก.คัมภีร์พิสดาร
b) ข.คัมภีร์อนุฎีกา
c) ค.คัมภีร์ฎีกา
d) ง.คัมภีร์พิเศษ
49. 9.ยุคธรรมวินัย หมายถึงยุคใด

a) ก.ยุคก่อนพุทธกาล
b) ข.ยุคพุทธกาล
c) ค.ยุคหลังพุทธกาล
d) ง.ยุคปัจจุบัน
50. 10.โลกศาสตร์ เป็นคัมภีร์ที่กล่าวถึงอะไร

a) ก.กำเนิดโลก
b) ข.กำเนิดคัมภีร์
c) ค.กำเนิดของมุนุษย์
d) ง.กำเนิดของสัตว์
51. 1.ในอาณาจักรสุวรรณภูมิแบ่งพระพุทธศาสนาเป็นกี่ยุค

a) ก.1 ยุค
b) ข.2 ยุค
c) ค.3 ยุค
d) ง.4 ยุค
52. 2.อาณาจักรสุวรรณภูมิ ซึ่งเรียกขานกันในสมัยนั้นว่าอะไร

a) ก.เจดียืประฐม
b) ข.สุโขทัย
c) ค.ล้านนาไทย
d) ง.ทวาราวดี
53. 3.วรรณกรรมบาลีในยุคก่อนสุโขทัยจารึกด้วยอักษรแบบใดบ้าง

a) ก.อักษรปัลลวะ
b) ข.อักษรหลังปลลวะ
c) ค.อักษรเทวาครี
d) ง.ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
54. 4.ใครเป็นผู้สถาปนากรุงสุโขทัยเป็นราชธานี

a) ก.พ่อขุนบางกลางหาว
b) ข.พ่อขุนศรีอินทราทิตย์
c) ค.พ่อขุนรามคำแหง
d) ง.พระยารามราชภักดี
55. 5.อะไรคือหลักฐานว่ามีการเผยแผ่ศาสนาในอาณาจักรสุวรรณภูมิ

a) ก.พระธาตุดอยสุเทพ
b) ข.พระธาตุลำปางหลวง
c) ค.พระเจดีย์ นครปฐม
d) ง.พระธาตุดอยตุง
56. 6.คัมภีร์ที่รจนาขึ้นเป็นเรื่องราวเฉพาะเรื่องจะลงท้ายด้วยคำว่าอะไร

a) ก.มาลีทีปนี
b) ข.ปกรณ์
c) ค.โยชนา
d) ง.ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
57. 7.อักษรปัลละ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศใด

a) ก.ศรีลังกา
b) ข.อินเดีย
c) ค.เนปาล
d) ง.พม่า
58. 8.ยุคทองของวรรณคดีในสมัยล้านนาแบ่งออกเป็นกี่ช่วง

a) ก.๒ ช่วง
b) ข.๓ ช่วง
c) ค.๖ ช่วง

d) ง.๔ ช่วง
59. 9.คัมภีร์ รัตนพิมพ์วงศ์ แต่งโดยใคร

a) ก.พระพรหมราชปัญยา
b) ข.พระพุทธโฆษาจารย์
c) ค.พระธรรมปาลเถระ
d) ง.พระโพธิรังสี
60. 10.ใครเป็นผู้แต่ง ชินกาลมาลีปกรณ์ แต่งเป็นภาษาลาลีไว้เมื่อ พ.ศ. ๒๐๒๐

a) ก.พระโสณเถระ
b) ข.พระมหาเถระ
c) ค.พระอุตตรเถระ
d) ง.พระรัตนปัญญาเถระ
61. 1.ไตรลักษณ์ หมายถึงอะไร

a) ก.อนิจจา ทุกขตา อนัตตา
b) ข.ตระกล้าสามใบ
c) ค.กระจาดสามใบ
d) ง.ความดี ความชั่ว
62. 2.กรรม มีความหมายตามรูปศัพท์ว่าอย่างไร

a) ก.ผิด
b) ข.ชอบ
c) ค.ชั่ว
d) ง.การกระทำ
63. 3.สังสารวัฎ คืออะไร

a) ก.การเวียนว่ายตายเกิด
b) ข.การทำพิธีกรรม
c) ค.การละเล่น
d) ง.การเล่านิทาน
64. 4.อริยสัจ หมายความว่าอย่างไร

a) ก.สังสารวัฐ
b) ข.ความจริงอันประเสริฐ
c) ค.กิเลสวัฎ
d) ง.กรรมวัฎ
65. 5.มรรค หมายถึงอะไร

a) ก.เกิด
b) ข.แก่
c) ค.เจ็บ
d) ง.หนทางแห่งการดับทุกข์
66. 6.คุณค่าด้านหลักคำสอนของวรรณคดีบาลีมีพื้นฐานมาจากอะไร

a) ก.การตรัสรู้อริยสัจธรรมของพระพุทธเจ้า คือมัชเฌนธรรมเทศนา และมัฌิมาปฏิปทา
b) ข.ไตรสิกขา
c) ค.อริยมรรคมีองค์ ๘
d) ง.อริยสัจ ๔
67. 7.วรรณกรรม วรรณคดี เป็นวรรณศิลป์ในด้านใด

a) ก.การสื่อสาร
b) ข.การแสดงออก
c) ค.องค์ความรู้
d) ง.ความบันเทิง
68. 8.ศิลปะเชิงพุทธทีเกิดจากคุณค่าของวรรณคดีบาลีมีอะไรบ้าง

a) ก.พุทธศิลป์
b) ข.สังเวชนียสถาน
c) ค.ศิลปะการก่อสร้างเสนาสนะ
d) ง.ถูกทุกข้อ
69. 9.คติความเชื่อที่เกิดจากวรรณคดีบาลีมีอะไรบ้าง

a) ก.มหาเวสสันดร
b) ข.ประวัติของพระสารีบุตร
c) ค.ประวัติพระพุทธเจ้า
d) ง.ไม่มีข้อใดไม่ถูกก็หาไม่
70. 10.คุณค่าทางด้านวรรณกรรมไทย มีประโยชน์ในดานใดมากที่สุด

a) ก.ช่วยให้เกิดความเข้าใจอย่างซาบซึ้งในการศึกษาวรรณคดี
b) ข.ทำให้เกิดประเพณีการฟังเทสน์มหาชาติทั่วประเทศไทย
c) ค.มีการเทศน์ปฐมสังคีติกถา
d) ง.เป็นความล้ำค่าอันเป็นมรดกทางศาสนา
This is the feedback!
Back to Top